วันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เผยโฉมการ์ดจอตัวเทพ Radeon RX VEGA ของแท้ !!! ส่งตรงจาก L.A. พร้อมระบบ Water Cooling

 AMD กับการเปิดตัวการ์ด Radeon RX Vega อย่างเป็นทางการ พร้อมด้วย CPU RYZEN Threadripper ซึ่งได้มีภาพถ่ายตัวเป็น ๆ ของการ์ดจอรุ่นนี้จากงานเปิดตัวที่จะเป็นเวอร์ชันขายจริง ด้วยรูปลักษณ์อันแสนโดดเด่นกับตัวการ์ดจอสีเงินเลื่อม พร้อมชุดระบายความร้อนระบบ Water Cooling
Radeon RX Veg ได้มาพร้อมกับตัวการ์ดที่มีลักษณะความยาว โดดเด่นด้วยตัวครอบชุดระบายความร้อนสีเงินจากวัสดุอลูมิเนียมพร้อมโลโก้ Radeon และไฟ LED บนการ์ด และจุดเด่นของมันคือระบบระบายความร้อนแบบ Water Cooling จากผู้ผลิตชุดระบายความร้อนชั้นนำอย่าง Cooler master ขนาดของตัวการ์ดค่อนข้างยาวใหญ่ ซึ่งทั้งตัวการ์ดและระบบระบายความร้อน กินพื้นที่ในการติดตั้งค่อนข้างมาก ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อมาพร้อมกับ Display Port 3 พอร์ต และ HDMI 1 พอร์ต ซึ่งการ์ดจอรุ่นนี้คล้ายคลึงกับ AMD R9 Fury X แต่แน่นอนว่าประสิทธิภาพเหนือกว่าเป็นอย่างมากด้วยหน่วยความจำแบบ HBM 2
Radeon RX Vega มาพร้อมกับพอร์ตจไฟเลี้ยงแบบ 8-Pin PCIe  จำนวน 2 พอร์ต แน่นอนว่าสามารถรองรับการ Overclock ได้อย่างแน่นอน รวมไปถึง Back Plate mี่ด้านหลังเพื่อเสริมความแข็งแรงให้การ์ดจอและยังเพิ่มความสวยงามอีกด้วย โดยการ์ดจอ Radeon RX Vega ได้ถูกเปิดตัวออกมา 2 รุ่น โดยรุ่นแรกคือ RX Vega Liquid cooled Edition และอีกรุ่นคือ RX Vega ที่ใช้ระบบลมแบบปกติ ส่วนประสิทธิภาพและเสปคเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการนั้นคงต้องรอให้หมดช่วง NDA ไปก่อน ถึงจะได้ข้อมูลแบบเต็ม ๆ มาให้เสพอย่างจุใจแน่นอนสำหรับแฟน ๆ  AMD




ที่มา: guru3d


ครั้งแรกในเมืองไทยที่ HP เปิดตัวผลิตภัณฑ์ 5 แบบ พร้อมตอบโจทย์การทำธุรกิจ

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา ทางไทยแวร์ ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อธุรกิจ (Commercial) จาก HP สำหรับกลุ่มผู้ใช้ ไล่ตั้งแต่ ระดับเอสเอ็มอี (SME) ไปจนถึงระดับองค์กร (Corporate) โดยสินค้าที่ได้นำมาเปิดตัวในครั้งนี้ มีทั้งหมด 6 แบบ ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์แบบ All-in-One, คอมพิวเตอร์ขนาดมินิ, เครื่องพีซี Workstation แบบมินิ กับแบบโน้ตบุ๊ค, โน้ตบุ๊ค 2-in-1 และ เครื่อง POS ที่จะมาตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ตามการใช้งาน ซึ่งได้คำนึงถึง ดีไซน์ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย เป็นหลัก จะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกัน

มาเริ่มกับที่คอมพิวเตอร์ All-in-One รุ่น HP EliteOne 800 ที่รวมอุปกรณ์ทุกอย่างให้อยู่ภายในเครื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอ ตัวเคส ลำโพง กล้องเว็บแคม พร้อมทั้งพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครัน ฯลฯ พร้อมทั้งประสิทธิภาพดีเยี่ยม ทำให้มีพื้นที่ใช้งานมากขึ้น ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย 
มาต่อกันที่ หน้าจอแสดงผล HP EliteDisplay ตระกูล E-series สำหรับเครื่องพีซี โดยรุ่นนี้ มีดีไซน์ที่สวยงาม หน้าจอไร้ขอบ สีสันสมจริง และในบางรุ่น มีกล้องเว็บแคม พร้อมลำโพงในตัวอีกด้วย
นอกจากนี้แล้ว ยังมี เดสก์ท็อป มินิพีซี (Destop Mini PC) รุ่น HP EliteDesk 800 ที่ตัวเครื่องบางเท่ากับขนาดลูกปิงปอง พร้อมด้วยสเปคแบบจัดเต็ม รองรับ ซีพียู Intel 7th Generation กับพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครัน บวกด้วย 
ระบบยืนยันตัวตน ป้องกันการโจรกรรมข้อมูลในระดับหนึ่งได้

มาถึง คอมพิวเตอร์สำหรับงานสายมัลติมีเดีย หรือที่เราเรียกกันว่า เวิร์คสเตชั่น (Workstation) อย่างที่เรารู้กันว่า เจ้าเครื่องในตระกูลนี้ ส่วนมากมักจะมีขนาดใหญ่ แต่ไม่ใช่กับรุ่น "HP Z2 Mini ที่เป็น เวิร์คสเตชั่นตัวแรก ที่เล็กที่สุดในโลก" แต่ในเรื่องประสิทธิภาพ ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ารุ่นใดเลย ต่อจอใช้งานพร้อมกันได้ถึง 6 จอ 

สำหรับคนทำงานสายมัลติมีเดีย ที่ไม่อยากนั่งอยู่ที่เดิม หรือต้องออกไปพบลูกค้าอยู่เป็นประจำ เอชพีก็มีผลิตภัณฑ์ที่มาตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ ด้วยโน้ตบุ๊คเวิร์คสเตชั่น รุ่น HP ZBook ตั้งแต่ ขนาดจอ 14 นิ้ว จนถึง 17 นิ้ว พร้อมกับซีพียู Intel 7th Generation การ์ดจอแสดงผล Nvidia Quadro และยังมีพอร์ต Thunderbolt 3 อีกด้วยนะ 

มาดูกันต่อที่ โน้ตบุ๊ค 2-in-1 รุ่น HP Elite x2 มีจุดเด่นตรงที่ตัวเครื่องกับคีย์บอร์ด สามารถแยกออกจากกันได้ รองรับการเขียนบนหน้าจอด้วยปากกา Stylus มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ พร้อมทั้งกล้องหน้า-หลัง และ สามารถใส่ซิมเพื่อใช้อินเทอร์เน็ตได้ เหมาะสำหรับผู้บริหารที่ต้องวีดีโอคอลผ่าน Skype เป็นประจำ
และสำหรับรุ่นสุดท้ายนี้ ก็คือ HP ElitePOS G1 Retail System series เป็นระบบขายสินค้าหน้าร้าน ที่มีดีไซน์โมเดิร์น หรูหรา สวยงาม สามารถเปลี่ยนส่วนต่างๆ ของตัวเครื่อง ได้เช่น ตัวฐานที่เปลี่ยนเป็นเครื่องออกใบเสร็จได้ เป็นต้น ด้วยอุปกรณ์เชื่อมต่อมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องออกใบเสร็จ เครื่องสแกนบาร์โค้ด และยังมีแถบสำหรับรูดบัตรเครดิต ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าผ่านทางตัวเครื่องได้ทันที 
สำหรับสินค้าที่ทาง HP นำมาเปิดตัวในครั้งนี้ ช่วยตอบโจทย์การทำธุรกิจในด้านต่างๆ ตั้งแต่ระดับเอสเอ็มอี จนไปถึงระดับองค์กร และยังให้ความสำคัญกับระบบป้องกัน ที่จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลทางธุรกิจจะไม่ถูกขโมยไปแน่นอน บอกได้เลยว่าน่าสนใจมากๆ

Google เปิดตัว ARCore ระบบพััฒนา Augmented reality ท้าชนกับ ARKit ของ Apple

ในขณะที่เทคโนโลยีของสมาร์ทโฟนถูกคาดการณ์ว่าเริ่มถึงทางตันแล้ว ด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยากที่จะสร้างอะไรที่มันล้ำไปกว่านี้ได้ อย่างไรก็ตามเทคโนโลยี Augmented Reality ได้กลายเป็นพระเอก กลับมาสร้างความเร้าใจใหม่ๆ บนสมาร์ทโฟนอีกครั้ง 
 Augmented Reality เป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานระหว่างความเป็นจริง และ โลกเสมือนที่สร้างขึ้นมาผสานเข้าด้วยกันผ่านซอฟต์แวร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อต่าง ๆ ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างข้อมูลอีกข้อมูลหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบบนโลกเสมือน (virtual world) เช่น ภาพกราฟฟิก วิดีโอ รูปทรงสามมิติ และข้อความ ตัวอักษร ให้ผนวกซ้อนทับกับภาพในโลกจริงที่ปรากฏบนกล้อง
ที่มา https://th.wikipedia.org/wiki/ความเป็นจริงเสริม
ในงาน WWDC 2017 ที่ผ่านมา Apple ได้นำเทคโนโลยี AR มาปัดฝุ่นทำใหม่ ให้มีความน่าสนใจได้อย่างน่าทึ่ง พร้อมกับเปิดตัว ARKit ให้นักพัฒนาได้สร้างแอพฯ หรือเกมส์แบบ AR บน iOS ได้ แน่นอนว่าคู่แข่งอย่าง Android ก็ต้องมีการขยับตัวตามเช่นกัน
Google ได้ประกาศเปิดตัว ARCode เครื่องมือพัฒนา AR สำหรับระบบปฏิบัติการ Android โดยในตอนนี้รองรับการทำงานแค่บนสมาร์ทโฟนระดับเรือธงแค่ไม่กี่รุ่น ก็คือ Pixel และ Samsung Galaxy S8 สำหรับ SDK ในการพัฒนาพบว่าใช้เอ็นจิ้นอย่าง Java/OpenGL, Unity และ Unreal ในการทำงาน
เท่าที่ดูจากวีดีโอเดโม่ ถือว่าเจ๋งทีเดียวครับ น่าสนใจว่าผู้ใช้งานแอนดรอยด์จะได้สัมผัสกันเมื่อไหร่ หากมีข้อมูลใหม่ออกมาเมื่อไหร่ เราจะมาอัพเดทให้คุณผู้อ่านกันอย่างแน่อนครับ

วันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2560

Intel เปิดตัวซีพียูรุ่นใหม่ เจนเนอเรชั่น 8 อย่างเป็นทางการ ทำงานเร็วกว่าเดิมถึง 40%

 Intel ผู้ผลิตชิปชื่อดังก็ได้เปิดตัวซีพียูรุ่นใหม่ Intel Core เจนเนอเรชั่นที่ 8 อย่างเป็นทางการ โดยทาง Intel ได้ยืนยันว่าซีพียูรุ่นใหม่สามารถทำงานได้เร็วกว่าเจนเนอเรชั่นก่อนถึง 40% ที่พิเศษคือ การเปิดตัวในครั้งนี้ ทาง Intel ไม่ได้เอ่ยถึงโค๊ดเนมของซีพียูเหมือนกับครั้งที่ผ่านๆ มา
สำหรับสาเหตุ ก็มาจากการที่ Intel แบ่งการเปิดตัว Intel Core เจนเนอเรชั่นที่ 8 ออกเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกที่เพิ่งเปิดตัวไปเป็นซีพียูที่ออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์พกพาอย่างเช่นโน๊ตบุ๊ค ซึ่งที่จริงแล้วซีพียูตัวนี้มีชื่อโค๊ดเนม ว่า Kaby Lake R เวอร์ชั่นใหม่ของชิปเจนเนอเรชั่นที่ 7 kaby Lake นั่นเอง
ก็มีคำถามตามมาว่า Intel ทำอย่างไร ซีพียูถึงเร็วกว่าเดิมได้ถึง 40% ทั้งๆ ที่ชิปยังใช้สถาปัตยกรรมเดียวกับ Kaby Lake ระดับ 14 นาโนเมตร เหมือนเดิม คำตอบ คือ Intel พัฒนาซีพียู 4 คอร์ แบบพลังงานต่ำ 15W U-series บน Core i5 และ Core i7 ได้สำเร็จแล้วนั่นเอง

ซีพียูที่ Intel เพิ่งเปิดตัวไป แบ่งออกเป็น 4 รุ่นดังนี้
  • 1.9GHz Core i7-8650U
  • 1.8GHz Core i7-8550U
  • 1.7GHz Core i5-8350U
  • 1.6GHz Core i5-8250U
ซีพียูทุกรุ่นจะมี 4 Physical cores และ 8 Virtual threads ความแตกต่างกันจะอยู่ที่ขนาดของ Cache และความเร็วของ Clock Speed เท่านั้น
ทาง Intel ได้ระบุว่า แม้แต่ซีพียูตัวที่ช้าสุดอย่าง Core i5-8250U ก็สามารถเข้ารหัสวีดีโอระดับ 4K ได้เร็วกว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้ซีพียู เจนเนอเรชั่นที่ 3 ถึงสามเท่า ในส่วนของแบตเตอรี่สามารถเล่นวีดีโอ 4K ได้ต่อเนื่องประมาณ 10 ชั่วโมง ในส่วนของ GPU ก็สามารถรองรับหน้าจอ 4K ได้ถึง 3 หน้าจอ พร้อมกัน
ในเร็วๆ นี้ เราน่าจะได้เห็น Ultrabook ที่ใช้ซีพียู เจนเนอเรชั่นที่ 8 เริ่มวางจำหน่าย ใครที่กำลังคิดจะซื้อโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ หากไม่รีบล่ะก็ อดใจรอรุ่นที่ใช้ซีพียูรุ่นใหม่มา หรือรุ่นเก่าที่ราคาลง ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี

ที่มา : newsroom.intel.com , www.iphonehacks.com




วันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2560

รีวิว DJI Spark นี่แหล่ะ โดรน ที่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ถ้าพูดถึงหุ่นโดรนสำหรับบินถ่ายรูปถ่ายงานต่าง ๆ หลายคนจะนึกถึงลำใหญ่ ๆ บินแล้วต้องสูง ๆ อยู่นาน ๆ ราคาต้องแพงเกิน 3 หมื่นแน่นอน แต่สำหรับ Gadget ที่จะมารีวิวครั้งนี้ขอฉีกจากคำพูดที่บอกมาก่อนหน้านี้เพราะ DJI Spark มันคือ โดรนที่เล็กที่สุดและมีฟีเจอร์สุดฉลาดที่รองรับการทำงานที่หลากหลาย

รูปร่างและส่วนต่าง ๆ


ตัวเครื่องของ DJI Sperk นั้นจัดว่าเล็กที่สุดเท่าที่ DJI ได้ผลิตขึ้นมา โดยมีน้ำหนักเบาเพียง 300 กรัม ประกอบไปด้วยใบพัดทั้งหมด 4 ตำแหน่งด้วยกัน ซึ่งสามารถพับล็อคไม่ให้บินได้ ส่วนบนมีที่อยู่ของระบบระบายอากาศและช่วยการทรงตัว

ด้านหลังมีช่องเสียบ Micro USB สำหรับชาร์จไฟเท่านั้น และช่องเสียบ Micro USB ส่วนแบตเตอรี่ด้านล่างจะเป็นปุ่มเปิดปิดเครื่องด้วยเช่นกันและสามารถตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ได้
ด้านใต้นั้นมีเซนเซอร์สำหรับจอดและขั้วสีทองรองรับกับอุปกรณ์เสริมสำหรับชาร์จไฟได้ และที่มุมของใบพันทั้ง 4 จะมีไฟสถานะบอก

ประสบการณ์ที่ได้การใช้งานจริง

ฟีเจอร์ของ DJI Spark นั้นค่อนข้างเยอะ ทำให้สามารถถ่ายภาพได้หลากหลายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการปรับเรื่องของค่า ISO, ค่ารูรับแสง, ค่าความสว่าง และสามารถเปิดปิดระบบ บอกตำแหน่งของภาพได้ แต่หน้าจอ Application จะยังคงแสดง GPS ตลอดเวลาเพื่อบอกว่าบินได้หรือไม่ และสามารถถ่ายวีดีโอได้หลากหลายรูปแบบเช่น Quickshot, Dronie, Heilx และสามารถติดตามคนได้เช่นกัน

 นอกจากนี้การควบคุม Application สามารถทำผ่าน DJI Go 4 ซึ่งเป็นคนละตัวกับที่ควบคุม DJI Osmo Mobile (DJI Go) โดยเมื่อบินขึ้นหน้าจอจะมีการบอกระดับความสูงพร้อมกับควบคุมกล้องได้ โดยความจริงแล้ว  DJI Spark สามารถควบคุมได้ด้วยมือเปล่า แต่ต้องเปิดจาก Apps บนมือถือก่อนถึงจะทำงานได้ ซึ่งมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้
  • ใช้มือจับไปทางซ้ายหรือขวา เพื่อเคลื่อนไปซ้ายหรือขวา
  • เลื่อนขึ้นหรือลงเพื่อควบคุมระยะความสูง
  • โบกมือใส่เพื่อให้ตัวกล้องนั้นอยู่ระยะไกล เมื่อถือระยะ กล้องจะถ่ายภาพเราเอง ตามการเคลื่อนไหวของ Gesture
  • ทำมือรูปกรอบ จะเป็นการสั่งถ่ายภาพได้ โดยที่มองไปที่ไฟของเครื่องจะเป็นสีเขียวกระพริบ 2 ที
  • ทำท่าตัว Y โบก มันจะบินกลับมาหาเราและเอามือรองเพื่อหยุดได้
ซึ่งประสบการณ์ในการลองนั้น ถ้าเป็นที่กลางแจ้งและได้เป็นที่วิวดีเหมือนทุ่งนาก็จะทำให้ภาพออกมาที่เรียกได้ว่า สวยและดูดีมาก และขนาดมันเล็กไม่จำเป็นต้องบินสูงก็ได้ภาพดี
แต่มีข้อระวังเช่น ไม่ควรบินในเขตที่กำหนดว่าห้ามบิน, ไม่ควรบินในร่มเพราะเครื่องนั้นควบคุมได้ค่อนข้างไว อาจจะทำให้คนบาดเจ็บได้
และ DJI Spark นั้นจะบินได้ต้องใช้ใบอนุญาตหรือไม่ คำตอบคือ ไม่จำเป็น เพราะขนาดมันเล็กไม่ถึงกิโลกรัม แต่ถ้าอยากให้ถูกต้อง ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน
ที่มา...http://hitech.sanook.com/1429545/

Mewtwo พร้อมให้เหล่าเทรนเนอร์ Pokemon Go จับแล้วที่แรกในญี่ปุ่น!

ในช่วงที่เกมส์มือถือโลกตะลึงอย่าง Pokemon Go นั้น อยู่ในช่วงเปิดตัวแบบสดๆ ร้อนๆ ก็มีทั้งข่าวลวง ที่บอกกล่าวถึงผู้เล่นจำนวนไม่น้อยเลยครับ ที่อ้างว่าตนจับ Mewtwo โปเกม่อนในตำนานสุดเทพนี้มาไว้ในครอบครองได้ ทั้งๆ ที่ทางทีมพัฒนา ยังไม่ได้หล่อร่างตัวละครนี้เข้าไปในเกมส์แม้แต่ปลายเล็บ... 
แต่เมื่อตัวเกมส์ในเวอร์ชั่นปัจจุบันได้ยกโขยงฟีเจอร์แจ่มๆ เข้ามามากมาย ทั้งการเพิ่มโปเกม่อนเจนสองกว่า 80 ตัว และระบบ Raid Boss ที่ให้ผู้เล่นร่วมมือร่วมใจโค่นโปเกม่อนสุดแกร่งในตำนานทั้งหลาย (ไฟเยอร์, ฟริซเซอร์, ธันเดอร์ ฯลฯ) ลง และรับสิทธิในการจับโปเกม่อนเหล่านี้ไว้ในครอบครอง และล่าสุด โปเกม่อนในตำนานอีกหนึ่งตัวอย่าง Mewtwo ก็จะสามารถจับมาเป็นเจ้าของได้แล้ว! 
ในวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ทวิตเตอร์ของผู้ใช้งาน Nick // Trainer Tips ที่นำเสนอทิปส์และข่าวสารของเกมส์ Pokemon Go เป็นหลัก ก็ได้ทวีตภาพและข้อมูลการปรากฎตัวของ Mewtwo ที่ถูกพบในจังหวัดโยโกฮาม่า, ประเทศญี่ปุ่น ในรูปแบบ Raid Boss 
คาดว่าอีกไม่นานเจ้า Mewtwo รวมไปถึงโปเกม่อนระดับตำนานทั้งหลาย จะโผล่เข้ามาในเกมส์และพร้อมให้เทรนเนอร์ทั่วโลกจับจองเป็นเจ้าของได้ในที่สุด 


ที่มา : www.fiz-x.com

แอพฯ Facebook เปลี่ยนดีไซน์หน้า News Feed ให้อ่านและพูดคุยกันง่ายมากขึ้นกว่าเดิม

Facebook ทุกวันนี้มีเรื่องราวมากมายที่ถูกแสดงอยู่บนหน้า News Feed มันมีทั้งรูปภาพ, วีดีโอ, ภาพ GIFs และไหนจะลิงค์อีก ทำให้ในตอนนี้หน้า Feed มีความสับสนวุ่นวายเต็มไปหมด ดังนั้น เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกในการอ่านข้อมูลในหน้า News Feed ทาง Facebook ได้ทำการปรับปรุงรูปแบบการแสดงผลใหม่ เพื่อให้เราใช้งาน, อ่าน และสนทนา บนหน้า News Feed ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม โดยการอัพเดทใหม่จะเริ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า

อ่านคอมเมนต์ได้ง่ายขึ้น

 หน้าตาของแอพฯ Facebook จะมีความโปร่งโล่งมากขึ้น แถบสีฟ้าหนาๆ ด้านบนก็หายไป ในส่วนของข้อความใต้ภาพก็จะมีกรอบสีเทา ช่วยให้อ่านข้อความเป็นกลุ่มได้ง่ายขึ้น 

ข้อมูลบน News Feed จะอ่านได้ง่ายกว่าเดิม

หน้าตาแบบใหม่ของ News Feed มีการปรับการแสดงผลให้สะดวกต่อการอ่านข้อมูลมากกว่าเดิม
  • ค่า Contrast สีของตัวอักษรมีความตัดกันมากขึ้น มองเห็นชัดกว่าเก่า
  • ลิงค์จะแสดงผลพรีวิวใหญ่กว่าเดิม ทำให้อ่านได้ง่ายกว่าเดิม
  • ไอคอน Like, Comment และ Share มีขนาดใหญ่ขึ้น กดง่าย
  • รูปโปรไฟล์เป็นวงกลม เพื่อแสดงว่าใครเป็นคนโพสต์หรือคอมเมนต์

ระบบนำทางในแอพฯ ง่ายกว่าเดิม
Facebook ต้องการให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ในการสำรวจหน้า News Feed ให้ดียิ่งกว่าเดิม ด้วยการ
  • เห็นล่วงหน้าว่าลิงค์จะนำเราไปยังหน้าไหนก่อนที่เราจะแตะ
  • เห็นโพสต์ที่เราทำการคอมเมนต์ หรือแสดง Reacting เอาไว้ในขณะที่เรากำลังอยู่ในโพสต์
  • กลับไปยังหน้า News Feed ได้โดยสะดวกเมื่อเราอ่านจบ ด้วยปุ่มถอยหลังที่เห็นชัดกว่าเดิม

ที่มา : newsroom.fb.com